บริการทำความสะอาด : การทำความสะอาดและฆ่าเชื้อ ในกระบวนการผลิตอาหาร

บริการทำความสะอาด : การทำความสะอาดและฆ่าเชื้อ ในกระบวนการผลิตอาหาร ปัจจัยสำหรับการปนเปื้อนและความสกปรกมีอยู่มากมายไม่ว่าจะเป็นลักษณะเฉพาะของสารหรือองค์ประกอบ รูปแบบวิธีและ เครื่องมือที่ใช้ในการดำเนินการทำความสะอาด ซึ่งมาตรฐานหรือรูปแบบการทำความสะอาดนั้นมีไม่แน่นอน แตกต่างกันไปตามวัตถุดิบในการผลิตเป็นตัวแปรหลัก และวัสดุหรือพื้นผิวที่ต้องสัมผัสกับวัตถุดิบของอุปกรณ์ถือเป็นปัจจัยลำดับต่อมา

การเลือกใช้รูปแบบพลังงานในการทำความสะอาดถือเป็นหัวใจหลักในการผลักดันกระบวนการทั้งมวล เนื่องจากเกี่ยวข้องกับรูปแบบการทำความสะอาด ซึ่งรูปแบบพลังงานนี้ได้แก่

พลังงานความร้อน ซึ่งส่วนมากมักใช้งานในรูปแบบของน้ำที่มีอุณหภูมิสูงหรือไอน้ำ ในบางครั้งอาจมีการผสมสารกำจัดกลิ่นไปพร้อมกันด้วย
พลังงานกล เช่น การแปรงหรือการขัดถู การฉีดน้ำ
พลังงานเคมี ขึ้นอยู่กับคุณสมบัติและองค์ประกอบของสารทำละลายที่ใช้ในกระบวนการ
เวลา เวลาสำหรับการดำเนินการนั้นแปรผันไปตามรูปแบบที่ใช้ เช่น การล้างทั้งระบบอาจใช้เวลายาวนานเป็นชั่วโมง แต่สำหรับการล้างเครื่องจักรโดยให้น้ำไหลผ่านอาจใช้เวลาเพียงไม่กี่วินาที
การทำความสะอาดสามารถเกิดขึ้นได้ทั้งระบบกายภาพและสารเคมี สำหรับการทำความสะอาดในรูปแบบของกายภาพนั้น สามารถทำได้ด้วยการล้างน้ำ ทำให้คราบอ่อนตัวลงและขัดถูออก หรือใช้สารละลายเพื่อกำจัดคราบซึ่งเกาะอยู่บนพื้นผิวของวัตถุ ในส่วนของการทำความสะอาดด้วยปฏิกิริยาเคมีนั้น เช่น การใช้น้ำในการสลายโปรตีนและคารโบไฮเดรตซึ่งเป็นกระบวนการ Hydrolysis หรือการใช้กระบวนการของสบู่เพื่อกำจัดน้ำมัน (Saponification) การกำจัดโลหะแบบคีเลต (Chelate) หรือการใช้ปฏิกิริยาออกซิเดชัน (Oxidation)

ในสวนของสารทำละลายนั้นมีส่วนในการสนับสนุนการทำความสะอาดขั้นตอนต่างๆ อย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบใดก็ตามซึ่งสารทำละลายเหล่านี้มีคุณสมบัติแปรเปลี่ยนตามกระบวนการที่ใช้ จึงจำเป็นจะต้องมีความเข้าใจในลักษณะการใช้งานและความเป็นให้ดี โดยสามารถจัดกลุ่มสาร ดังนี้ อัลคาไลน์ กรด คีเลต ตัวทำละลายสารลดแรงตึงผิว เอนไซม์ ตัวเร่งปฏิกิริยาออกซิเดชัน สารสร้างความเสถียร สารเพิ่มความเหนียวที่ถูกปรับแต่ง ซึ่งสารเหล่านี้สามารถประกอบด้วยสารตั้งแต่ 2 ถึง 15 ชนิด ที่ต้องผสมกันในอัตราส่วนที่พอดีด้วยความระมัดระวัง

การฆ่าเชื้อ
คราบและสิ่งปะปนต่างๆ ล้วนเป็นปัจจัยที่ก่อให้เกิดการเจริญเติบโตของจุลชีพทั้งหลายได้เป็นอย่างดี ซึ่งสิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นภัยต่อสุขภาพผู้บริโภคและความน่าเชื่อถือของสินค้า โดยผลกระทบทางชีวภาพที่เกิดขึ้นจำเป็นต้องใช้สารเคมีเพื่อฆ่าเชื้อที่เหลืออยู่ภายหลังการทำความสะอาดพื้นผิว สารฆ่าเชื้อมักใช้ปฏิกิริยาออกซิเดชันเพื่อตอบสนองต่อสารอินทรีย์ซึ่งรวมถึงจุลชีพด้วยเช่นกัน ในสารฆ่าเชื้อบางตัวที่ไม่ก่อให้เกิดปฏิกิริยาออกซิเดชันนั้น มักจะมีส่วนประกอบจากแอมโมเนียหนึ่งในสี่สวน โดยมากจะรักษาอุณหภูมิ มีการกัดกร่อนที่น้อยกว่าแต่จะเป็นการใช้งานเฉพาะกลุ่ม

การฆ่าเชื้อนั้นจำเป็นจะต้องมีการทำความเข้าใจในความหลากหลายของจุลชัพซึ่งการเลือกใช้วิธีกำจัดหรือสารเคมีจะต้องเลือกรูปแบบให้เหมาะ นอกจากนี้ การทำความสะอาดฆ่าเชื้ออาจมีขั้นตอนที่ใช้มากกว่า 1 ขั้นตอนในกระบวนการเดียวกันได้ และแน่นอนการฆ่าเชื้อสองขั้นตอนนั้นมีประสิทธิภาพมากกว่ากระบวนการฆ่าเชื้อขั้นเดียว แต่อย่างไรก็ตามปริมาณสารเคมีที่ใช้รวมถึงรูปแบบกระบวนการยังต้องคำนึงถึงโอกาสของการที่มีสารตกค้างภายหลังการฆ่าเชื้ออีกด้วยส่วนหนึ่ง